Profiel van JarasNo titleFoto'sWeblogLijstenMeer ![]() | Help |
|
No title06 januari บ่น好久没来这里的空间了,已经过了新年了。我也不知道自己在做什么。干自己觉得幸福的职业是最对的选择了!
ไม่ได้เข้ามาในสเปซนี้นานมากแล้วเหมือนกัน นี่ก็ข้ามปีใหม่ไปแล้ว........การได้ทำงานในอาชีพที่ตัวเองรู้สึกว่ามีความสุขในชีวิตน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว...... 30 mei 爱情转移รอฟังข่าวยุบพรรคอย่างใจจดใจจ่อ วิทยุออนไลน์รึก็ไม่ได้เรื่อง เอเอสทีวียิ่งแล้วใหญ่เลย
ก็เลยปิดมันซะฉิบ แล้วก็ไปดูหนังจีน《爱情呼叫转移》มันก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับความรัก
ของผู้ชายคนนึง ซึ่งดูไปแล้วลอกเลียนแบบมาจากหนังฝรั่งเรื่อง click แต่เปลี่ยนจาก
กดรีโมตมาเป็นกดมือถือแทน เรื่องก็เริ่มจาก........
....กระทาชายนายหนึ่งนั่งกินข้าวอยู่กับภรรยาคนสวย อยู่ดีๆ
จู่ๆก็โพล่งออกมาว่า "หย่ากันเหอะ" ภรรยาก็ตกใจและนำพาไปสู่การหย่าร้างในที่สุด....
และแล้วก็มาเจอกับเทวดาในรูปของเจ้าของร้านซ่อมมือถือได้มอบโทรศัพท์มือถือมาเป็นของขวัญ
.....กดมือถือครั้งนึงก็จะเจอกับผู้หญิงหนึ่งคน ซึ่งแต่ละคนก็จะมีสไตล์แตกต่างกัน....
มีทั้งหมดสิบคนให้เจอ....กดไปเรื่อยก็เจอสาวๆที่แตกต่างกันไป....
ดูเสร็จแล้วรู้สึกเกลียดผู้ชายแบบนี้จัง....ถึงเราเองจะเป็นผู้ชายเหมือนกันก็เหอะ....
แต่ทนไม่ได้กับความปากพล่อยและความหลายใจรวมทั้งความมักง่ายของผู้ชายคนนี้....
เลยคิดว่ามันต้องเป็นคนปักกิ่งแน่ๆ...
เพราะคนปักกิ่งปากไว และปากมากด้วย ....เราจะไม่เป็นคนแบบนี้เด็ดขาด...
ไม่ได้รักใครง่ายๆ...แล้วก็ไม่ได้หลายใจแบบนี้ด้วย....ที่ชอบจากหนังเรื่องนี้ก็คือซาวด์แทร็ค
เพลงเพราะมาก ก็เลยเอามาให้ได้ฟังกัน....ไม่รู้จะเปิดได้ป่าวนะ....ลองดูครับ
刚才要听泰国的解散政治党的新闻,但是网速很慢令收音机断断续续的,
听不清楚就不想听下去了。然后打开dvd看《爱情呼叫转移》关于一个男人的爱情...
...看来是模仿美国的一部电影来的《click》不过这部电影从遥控器变成手机...
...电影的主角跟他漂亮的妻子吃饭的时候,突然莫名其妙就吐出一口“咱们离婚吧”
来...使得其妻子闹得不停,终于真的离婚了。......
后来他碰到了一个天使,天使当时是一个修手机来的.....天使就送给他一个手机。
说:按一次手机键盘可以见到一个美女.......一共有十个键盘可以碰到十种不同的美女...
....看完了这部电影觉得这个男孩很讨厌....我虽然十分理解这种男孩的感觉...但是我...
难以接受....我又不是这种人.....不过我很喜欢的是音乐《爱情转移》好好听啊! 26 april อึดอัด 郁闷ธีสิสก็ส่งกลับมาแก้แล้ว ถือว่าผ่านไปอีกขั้นตอนนึงแล้ว ใกล้จะจบแล้ว ......แต่เรื่องราวหลังจากจบนี่สิ.......
หนักหนา......กว่าเดิมนัก......จะเป็นคนดี.....หรือว่าจะเอาตัวรอด.....แต่ก็ต้องเสียคำพูด...จะเลือกแบบไหนดี...ถ้ารักษาสัญญา....ชีวิตไม่มีความสุข....อึดอัดว่ะ....
改论文中.......就等于进一步过程了.....快要毕业了.....不过考虑毕业后的事情......是更沉重了.....
.....要是做好人....就是自己得逃跑....又说话不算数.....应该走哪儿一条路才对呢?......真郁闷! 13 november ไม่มีหัวข้อ no subject 无标题 ไม่มีอะไรจะเขียน ไม่มีอารมณ์จะเขียน แล้วก็ไม่รู้จะเขียนอะไร เพราะช่วงนี้ไม่มีอะไรแปลกใหม่เอาเลยซะจริงๆ จะเขียนบันทึกการเดินทางรึก็หมดไฟ
เพราะมันกลับมานานแล้ว เขียนไปมันก็ไม่สดซะแล้ว ก็จะมีแต่ช่วงนี้แหละ ที่อากาศมันเริ่มจะหนาวขึ้นเรื่อยๆ......ลมหนาวพัดมาอีกแล้ว.....
เวลาก็ผ่านพ้นไปอีกปีนึงแล้ว.......คนเรามักวิตกกังวลเกี่ยวกับอนาคตและเรื่องที่ยังมาไม่ถึง.....แต่ก็ยังคงไม่ลืมเลือนเรื่องราวในอดีต......ภาพความทรงจำอันแสนประทับใจ....มันทำให้เรามีความสุขเมื่อระลึกถึงมัน......เพ้อว่ะ
不知道要写啥 有没有发动力 因为最近没有新鲜的。本来想写游记,但是反复想又不想写了因为回来了很久了。最近过霜冻了天气越来越冷了.....东风吹来了......又过了一年了.........人们会担心未来.....而忘不掉过去的印象......想到这些故事会让人幸福.....飘了!
I don't know what should I write down here....... no emotion.....no...... there are nothing new now.......at first I wanna write my travel note......but I think it would be boring because it's finish for long time.....it won't fresh......these days the temperature decrease....it would be gradually colder day by day......here come the wind of winter .......the time was blown.....we always concern about our future......but never forget impression in the past.....the memory of past......its would be happy when rememorized...... 21 september แม้ว กับ มู Thanksin & Murinhoทักษิณ กับมูรินโญ่ เป็นการเปรียบเทียบกัน ระหว่างสองบุคคล คนละประเภท และคนละวงการ
แต่ทั้งสองคนกลับมีคุณสมบัติที่เหมือนกันคือ ความไม่มีสปิริตและไม่เคยยอมรับความจริง คนนึงนิยมที่จะใช้คำอ้างเดิมๆว่า ประชาชน 19ล้านเสียงเลือกผมมานะ แต่ขอโทษนะ กูไม่ได้ซื้อโปรโมชั่นมึงนะ ถึงกูจะซื้อโปรโมชั่นมึงก็เหอะ แต่ถ้าบริการหลังการขายมึงห่วยกูก็มีสิทธิ์ขายทิ้งได้นะเว้ย ส่วนอีกคนนึงเป็นใครหลายคนอาจจะไม่รู้ โชเซ่ มูรินโญ่เป็นผู้จัดการทีมชาวโปรตุเกส ของทีมเชลซี ทีมฟุตบอลที่เพิ่งจะมาเป็นยักษ์ใหญ่ในลอนดอน ซึ่งผู้จัดการทีมคนนี้ก็มีลักษณะนิสัยคล้ายๆกับผู้นำบางประเทศ....ต้องใช้อดีตผู้นำสิ อดีตผู้นำบางประเทศที่ไม่เคยจะยอมรับความจริง และไม่เคยที่จะพูดจาเพื่อความสร้างสรรค์ .....เมื่อทีมเชลซีแพ้ มูรินโญ่ มักจะแสดงอารมณ์เกรี้ยวกราด และไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ ซึ่งโดยพื้นฐานของความมีน้ำใจนักกีฬา ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬาอาชีพ หรือว่า นักกีฬาสมัครเล่น ก็ต้องยึดถือน้ำใจนักกีฬาเป็นสำคัญ ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ จะต้องยอมรับ แต่นายคนนี้พอทีมแพ้กลับออกมาให้สัมภาษณ์อย่างไม่ให้เกียรติกับทีมที่ชนะ ซึ่งถือว่าเป็นคนในวงการกีฬาที่ไม่น่าเอาเยี่ยงอย่าง ถือว่าเป็นคนที่ไร้เกียรติ ถึงจะได้แชมป์ทุกรายการที่ลงแข่ง ก็จะไม่มีใครให้เกียรติคุณ เพราะว่าคุณไม่เคยให้เกียรติคนอื่นนั่นเอง .....มันก็เหมือนกับคนที่ไม่ยอมรับความจริงอีกคนแถวๆนี้ที่ตอนนี้ไม่มีแผ่นดินจะอยู่......กมมุนา วตฺตี โลโก.....สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม 11 juli 南游记 น่ำอิ่วกี่20มิ.ย.2549
แมตช์สเปนเจอตูนิเซียเมื่อคืน ทำให้ความตั้งใจในการนอนแต่หัวค่ำนั้นประสบความล้มเหลว ซึ่งแต่ก่อนแต่ไรก็ไม่เคยปันใจให้สิงห์สนามซ้อมอย่างทีมกระทิงดุอยู่แล้ว แต่มาคราวนี้ค่อนข้างจะพิเศษซะหน่อยเพราะมีสมาชิกในครอบครัว สเกาเซอร์ ไปร่วมสังคายนาแข้งด้วย ถ้าไม่เหลียวแลกันซะบ้างเดี๋ยวจะหาว่าแล้งน้ำใจกันเกินไป ก็บังเอิญอีกแหละที่นัดแรกเจออาการผิดฟอร์มของสิงห์สนามซ้อม อัดยูเครนซะกระจาย ไป 4-0 พอมาถึงนัดนี้เล่นเป็นคู่ดึกซะด้วย พวกแขกมัวร์ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนตั้งแต่แรก เสียงก่นและสบถจากแฟนบอลไม่เต็มร้อย ก็เริ่มหลุดออกมาทีละน้อย "แม่ม สงสัยนัดก่อนนึกว่าซ้อมมั้งน่ะเลยยิงไปซะกระจาย นัดนี้จำได้ว่าเป็นแมตช์เล่นจริงก็เลยเล่นตามฟอร์มสิงห์สนามซ้อม" พอบ่นไปได้จนหมดครึ่งแรก ละเมอดูครึ่งหลังต่อ แล้วก็ไม่รู้ว่าปล่อยให้สเปน-ตูนิเซียดูเรากลับ ตั้งแต่เมื่อไหร่ผวาตกใจตื่นอีกทีตอนผู้บรรยายจีนแหกปากร้อง 求进了!7号劳尔!!!ก็เลยตื่นมาดูภาพช้าเห็นดาวยิงจมูกโตตีเสมอให้ทีม(อดีต)สิงห์สนามซ้อม ทีนี้ก็เลยตื่นจากภวังค์ทั้งแฟนบอล ทั้งนักฟุตบอล จากนั้นตอร์เรสมาบวกให้กระทิงขวิดนำไปอีกสองแผล ......บอลจบ ปาเข้าไปตีห้า แต่เดิมนั้นกะเอาไว้ว่าจะออกจากบ้านซัก11โมง ทำตัวเป็น bag packerจำแลง เดินออกจากบ้านไปเติมเสบียงใส่ท้องที่ร้านน้องหมวยหน้าบ้าน แล้วก็จับรถเดินทางสู่สนามบินปักกิ่ง.......หลังจากเท้าเหยียบพื้นสนามบินตามองตารางการบินMU5712 Kunming , boarding time 14.00 ระหว่างทางระยะเวลาสามชั่วโมงนั้นก็หลับบ้างตื่นบ้าง คุยกะป้าที่นั่งข้างๆบ้าง พอถึงสนามบินคุนหมิงปั๊บก็ได้เวลาแยกย้ายทางใครทางมัน.......พอแบกเป้ใบโตขึ้นหลังปั๊บก็เกิดอาการประหม่าเล็กน้อย....คนไม่เคยมานี่หว่า....ออกมาจากประตูสนามบินก็ไม่มีใครรู้จัก แต่ก็ปลุกใจตัวเอง "แหมคุณเอ๊ย ตัวก็ใหญ่ หน้าตาเหรอ ก็กลมกลืน ภาษาก็ไม่มีปัญหา ทำการบ้านมาก่อนตั้งนานแล้วด้วยจะกลัวไรอีกหว่า" ว่าแล้วก็เดินออกจากสนามบินไปรอที่ป้ายรถเมล์ ซึ่งตามคัมภีร์ที่เปิดมาเค้าบอกให้นั่งสาย 52 กะ 67 เข้าไปในเมือง พอเห็นที่ป้ายรถเมล์ก็ใจชื้น เพราะมีป้ายบอกเส้นทางเดินรถเสร็จสรรพ ระหว่างที่ดูเส้นทางรถเมล์อยู่ก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น.....มือล้วงโทรศัพท์ขึ้นมาดู....สหายเก่าเรานั่นเอง....李国忠 副教授....เมื่อหลายปีก่อนตอนยังเป็นนักศึกษาผมยาวรุงรังที่ทับแก้วมีโค้ชกรีฑาของมหาวิทยาลัยมาจากคุนหมิง ภาษาอังกฤษก็พูดไม่ได้ จะมาฝึกสอนนักกีฬาให้กับทับแก้วเรา อาจารย์คณิตในฐานะรองอธิการฯฝั่งสนามจันทร์ก็มาทาบทามให้ไปเป็นล่ามประจำตัวโค้ช.....แหมฟังชื่อตำแหน่งแล้วโคตรเท่ห์ ภาษาจีนก็รู้อย่างเสน็ค เสน็ค ฟิชฟิช เอาวะภาษาไม่ให้แต่ใจรักละกัน....ด้วยเหตุนี้เองก็เลยจับพลัดจับผลูมาเป็นโซ่จำเป็นประจำตัวผู้ฝึกสอนชาวจีน ทีแรกเราก็นึกว่าจะขำๆ แต่พอเอาเข้าจริงก็ซีดจ๋อย เพราะโค้ชแกเอาจริง โซ่ผุๆก็แปลได้แค่คร่าวๆแค่นั้น...แปลก็ยังดีกว่าไม่แปลวะเอ้า....จากคราวนั้นก็เลยได้อะไรมาเยอะ เพราะว่าเวลาจะเป็นล่ามก็ต้องไปวิ่งกะเค้าด้วย ก็เลยได้เทคนิคการหายใจในการวิ่งระยะไกลมาจากเหล่าซือ เพราะล่ามต้องเป็นก่อนที่จะแปลให้นักกีฬาฟัง นอกจากเทคนิคการหายใจแล้วยังได้ท่าอบอุ่นร่างกายใหม่ๆอีกหลายท่า ที่สำคัญที่สุดได้กลับมาเปิดดิคเล่มดำของอ.เธียรชัยทุกวันเลย ภาษาจีนก็เลยพัฒนาไปอีกระดับหนึ่งในตอนนั้น...หลังจากเหล่าซือกลับไปแล้วก็ยังได้มีโอกาสเจอกันอีกตอนแกกลับมาเป็นโค้ชครั้งที่2ซึ่งตอนนั้นจบจากทับแก้วไปเรียบร้อยแล้ว......หลังจากคุยโทรศัพท์กันเราก็ได้ที่นัดหมายก็คือ云南民族大学正门 ซึ่งเป็นที่ตรงข้ามกะออฟฟิศเหล่าซือพอดี ชายร่างผอมสูงที่ยืนอยู่กลางถนนหน้าตาคุ้นๆ......ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลย ยกเว้นทรงผม..หลังจากคุยคุ้ยแคะเรื่องราวความหลังครั้งเก่าเมื่อ 7 ปีที่แล้วกันซักพัก เราก็ได้ยินประโยคจับใจออกมา.....“你是第一个人跟我说中文的,我不会忘记的” ทำเอาหัวใจเราพองโตขึ้นเป็นกอง ตกเย็ฯเหล่าซือก็พาไปที่บ้านเพื่อกินอาหารเย็น....บ้านเหล่าซือแตกต่างออกไปจากบ้านของคนจีนทั่วไปทั้งจากประสบการณ์และจินตนาการ เพราะว่าบ้านที่ม.ยูนนานจัดให้นั้นถือว่าสมฐานะของบุคลากรระดับรองศาสตราจารย์เลยดีเดียว จากนั้นเหล่าซือก็จัดให้ไปพักที่โรงแรมของม.ยูนนาน ซึ่งเป็นที่เดียวกับที่นักศึกษาต่างชาติพัก...โดยทีแรกเหล่าซือก็คิดว่าจะให้นอนซะที่บ้านแหละ แต่คิดไปคิดมาแล้วก็ให้พักโรงแรมในมหาวิทยาลัยดีกว่า เพราะที่บ้านเค้าตื่นเช้ากันทุกคนและไม่อยากปลุกเราแต่เช้า เพราะเค้ารู้ว่าช่วงนี้แฟนบอลตื่นเช้าลำบาก คืนนี้ก็เป็นนัดสุดท้ายของกลุ่มบี อังกฤษก็ต้องเจอกับไวกิ้งตอนดึก....หลังจากไอ้ก้านยาวเปิดงานให้สิงโตคำรามไปหนึ่งทีแล้วก็ปล่อยให้ฟุตบอลดูเราไปซักพัก มารู้ตัวอีกทีตอนเห็นบักเจิด โขกประตูนำให้อังกฤษอีกนึกว่าไวกิ้งจะเสร็จแหงม แต่ก็มาตีเสมอจนได้ นาทีท้ายๆเลยรักษาสถิติไม่แพ้อังกฤษต่อไปอีก ราตรีสวัสดิ์
21มิ.ย.2549 09 juli I'm come back 我回来了我回来了,20天的南方之旅结束了。我需要一段时间回顾一下我的行程,完了再给你们分享《南游记》,现在只能欣赏南方的风景。
กลับมาแล้วครับ การเดินทางไปทางใต้คราวนี้ แต่รอก่อนนะครับ รอเรียบเรียงให้เสร็จก่อน แล้วค่อยมาอ่าน "น่ำอิ่วกี่" กัน ตอนนี้ก็ดูรูปกันไปพลางๆก่อน |
||||||||
|
|